จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้อีกทั้งการเป็นขอคำแนะนำ รวมทั้งเรียนเรื่องธุรกิจการตลาดมาตลอด พบว่าการที่ธุรกิจพังทลาย เจ๊งนั้นมีอยู่เพียงแค่ 2 เรื่อง ก็เลยเป็นสาเหตุของบทความธุรกิจในขณะนี้ ในเรื่องที่มั่นใจว่าคงจะมีอีกคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบ ไม่ทันคิด ไหมรู้เรื่อง ในสิ่งที่ทำให้ธุรกิจไปไม่รอด โดยเป็นอย่างมากคนเริ่มทำธุรกิจใหม่, SME ทั้งหลายแหล่มั่นใจว่าควรมีคนได้ประโยชน์แน่ๆ

ซึ่งทั้งคู่เรื่องมักมีเหตุมีผลหลักใหญ่ที่ทำให้ธุรกิจเจ๊งเพราะว่า “บริหารไม่เป็น!!” หรือ “ไม่เคยบริหาร” ที่มิได้แสดงว่าควรจะมีวิชาความรู้มีประสบการณ์เยอะแยะ แม้กระนั้นหมายคือไม่สนใจ หรือคิดตั้งใจ อ่านแล้วบางทีอาจรู้สึกแปลกๆผู้ลงทุนทำธุรกิจจะไม่สนใจได้เช่นไร แล้วก็คำว่าบริหารมันค่อนข้างจะกว้างไปหน่อย ส่วนหนึ่งส่วนใดก็จริงอยู่คำว่าบริหาร มันกว้าง ซ้ำมีมุมที่มองไม่น่าจริง ในเมื่อคนรุ่นเก่าก็เสมือนมิได้บริหาร หรือมีแนวทางอะไร ก็เติบโตได้ในธุรกิจมาล้นหลาม

โน่นเนื่องจากว่าพวกเรามองไม่เห็นภาพ หรือเคยรับรู้มาแต่ว่าไม่ทันคิดให้เชื่อมโยง พินิจพิจารณาถึงความกลมกลืน ซึ่งถ้าเกิดมันมองดูแล้วมองเห็นกันกล้วยๆอาจจะไม่มีผู้ใดเจ๊ง รวมทั้ง/หรือบางโอกาส “2 เรื่องที่ควรจะบริหาร” นี้ บางทีอาจเป็นอะไรที่พวกเขาเหล่านั้น “เคยละเลย” แต่ว่ามันก็มีผลไปแล้ว (ที่แท้บางทีอาจเป็น 2+1 ก็ว่าได้ซึ่ง 1 ในส่วนท้ายเป็นอย่างไรก็ติดตามอ่านกันหน่อย) โดยขณะนี้ไปดูปัจจัยแรกกันดีกว่า เพื่อว่าจะเข้าหัวใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

…จากแบบอย่างที่กล่าวไปนั้นจะมีความคิดเห็นว่า ปัญหาเรื่องการบริหารเงินนั้น เกิดขึ้นได้กับธุรกิจทั้งยัง เริ่มทำ ขณะทำ จนถึงมีความรู้สึกว่าเติบโต ก็ตาม..

1. บริหาร “เงิน”
ผมมิได้หมายความว่า ขนาดคิด WACC*, MIRR* พินิจพิจารณาหา Ratio* นาๆประการมันเพียงแค่เกิดเรื่องที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วแล้วว่า ทำธุรกิจก็จะต้องได้เงิน แต่ว่าเพียงแค่ “เงินออก เงินเข้า” นี่แหละที่ประมาทกัน ไม่คิดให้ถี่ถ้วน ผมเชื่อนะว่าส่วนมากก็มีความรู้สึกว่าคิดก็ดีแล้ว บางทีอาจด้วยความไม่รู้ มองไม่เห็นคุณประโยชน์ในตอนแรกว่า ควรจะบริหาร แล้วเปลี่ยนมากล่าวเอาตอนห่วยแตกๆ“ไม่คิดว่าจะ..” ที่ผ่านหูมามากมาย รวมทั้งหวังว่าผมจะมิได้ยินจากผู้ที่ได้อ่านเนื้อหานี้ นี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ทดลองอ่านแต่ละกรณีตั้งแต่นี้ต่อไปมอง
(ชื่อเรียกสูตรคำนวณพินิจพิจารณาทางด้านการเงิน)

ในกรณีที่ 1 คนจำนวนไม่น้อยตกม้าตายตั้งแต่คำว่า “จุดคืนทุน” มันไม่ใช่สูตร แนวทางการเงินอะไรที่ยากยิ่งนัก แต่ว่าจริงๆมันเกิดเรื่องมีเหตุผลกล้วยๆที่ว่า “คุ้มไหม” ยกตัวอย่างธุรกิจสปาที่ผมให้คำแนะนำมามากมายในตอนหนึ่ง อย่างแรกที่เจ้าของกิจการคิดเป็น ตกแต่งร้านค้าอย่างไร? หากคิดตามทันจะพบว่า โน่นเป็นทุน(คงเดิม) อย่างมากมาย แล้วก็เรื่องก่อสร้างจำนวนมากมักแย่ลงกว่าเดิม เพราะว่าพวกเราไม่ใช่นักออกแบบ ไม่ใช่วิศวะ ไม่ใช่ช่าง ถ้าหากมันไม่เป็นตามแบบจะคิดว่า ไม่สวย มันจำต้องแบบ(ที่คิด) นี้ และมีความคิดว่า ไหนๆทำแล้วลงทุนไปแล้ว (เจ๊งเพิ่มเติมอีกหน่อยจะเป็นไร) โดยไม่ทันคำนวณเลยว่า แต่งร้านค้า 2 ล้าน ได้นวดวันละ 2 ชั่วโมง (หรือไม่) ผลกำไรได้ชั่วโมงละ 40.. อาจไม่ต้องชี้แจงต่อ แน่ละครับว่ามิได้เลวขนาดนั่ย แต่ว่าก็ทดลองคิดดีๆ2 ล้านจำเป็นต้องได้วันละกี่ชั่วโมง ต่อกี่คน และก็กี่ปี…ที่จะคืนทุน

ไม่ใช่แค่ธุรกิจนี้ มีอีกหลายรายที่เหมือนว่าสร้างฝันอันเป็นที่มุ่งมาดปรารถนา เค้าหน้าร้านค้า, ธุรกิจ, สถานที่ อะไรๆอย่างนี้ นี่ไม่เรียกว่าทำธุรกิจเนื่องจากว่ามันคิดราวกับแต่งบ้านตุ๊กตา ผมมิได้ว่าการตบแต่งร้านค้ามันไม่ถูก ไหมต้อง แต่ว่าการเพียงแค่ตอบสนองหัวใจตนเองไม่ใช่การลงทุน ถ้าเกิดพูดว่าแต่งด้วยเหตุว่า Physical Evidence แบบนี้ก็มองเป็นการลงทุนมากยิ่งกว่า เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะว่าถ้าเกิดคุณรู้จักคำว่า Physical Evidence หรือ Service Design ที่ไม่ใช่เรื่องล้ำลึกอะไร แต่ว่าก็พอให้มีความคิดเห็นว่าคุณยังพอประมาณเหตุและก็ผลสำหรับการ “ตกเงิน” อยู่บ้างนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ใช่จะเกี่ยวกับเรื่องแต่งร้านค้า หรือลงทุนต่อสิ่งก่อสร้างแค่นั้น ทุกการลงทุนโดยเป็นอย่างมากในตอนแรกจำเป็นต้องทราบดีว่าจุดคืนทุนอยู่เพียงใด เมื่อใด ด้วยเหตุว่ามันเป็นอนาคตธุรกิจการค้าได้อย่างแท้จริง ซึ่งคำที่ผมบอกจนถึงชินปากในเวลานั้นเป็น “มันเจ๊งในกระดาษได้ โดยไม่ต้องลงทุน” ผมหมายความว่าถ้าเกิดสละเวลาคิดคำนวณมันเสียหน่อยก่อนที่จะทำอะไร เนื่องจากคำตอบมันเทียบเคียงกันมิได้เลยกับการที่จำเป็นต้องเจ๊งจริงๆ

ในกรณีที่ 2 กระแสการเงินสด ประเด็นนี้อาจมานั่งชี้แจงกันละเอียดได้ไม่หมด บอกมีวิธีการนิดนึงก็คือบริหารสภาพคล่องมิได้ หรือคุมเงินลงทุนแปรผันมิได้ แต่ว่าถ้าเกิดบอก(เขียน) ให้คิดตามกันกล้วยๆก็คือว่า ขายได้มากจะต้องไม่ลืมเลือนว่ารายการจ่ายมากมายเช่นเดียวกัน ส่วนขายได้น้อยอาจไม่ใช่ปัญหาในหัวข้อนี้ เนื่องจากว่านี่ว่าเฉพาะการคลัง

โดยในกรณีขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หรือธุรกิจพอได้ แต่ไม่รอดเพราะว่ากระแสการเงินสด กำเนิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ “เหลิง” มองเห็นเงินเข้ามากเลยใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อก็มี “รีบขยาย” แบบไม่คิดดีๆ(กลับไปเข้าในกรณีที่ 1 ) ก็มี หนี้สินมากเกินไป “ไม่คุ้มจ่ายดอก” และคุมรายการจ่ายอื่นๆไม่ดี ค่าใช้จ่ายในการเช่า ค่าเหนื่อย สารพัดสารพัน ตามที่บอกธุรกิจเพียงพอขายสินค้าได้ แต่ว่าผลกำไรไม่มี แบบงี้เงินย่อมขาดมือเป็นปกติ ยังมียิบย่อยอีกนะ แต่ว่าบางทีอาจจำต้องว่าในส่วนท้ายบทหน้าถัดไป

..ทั้งหมดทั้งปวงนี่ผมมิได้เพียงแค่กำลังเอ๋ยถึงการจัดการเงินที่คือปัญหา แม้กระนั้นมันเป็นปัจจัยที่เจ๊ง กันมาแล้วจริงๆ

ในกรณีที่ 3 “รายได้น้อยเกินไป” มันก็แหงล่ะ ถ้าหากจะพูดลอยๆว่ารายได้น้อยเกินไป ธุรกิจมันก็ไปมิได้ แต่ว่าในกรณีนี้หมายความว่า จริงๆธุรกิจยังพอได้แต่ว่ามันไม่เพียงพอเลี้ยงผู้ครอบครอง โดยเป็นได้อีกทั้งกรณีมีหุ้นส่วนและไม่มีหุ้นส่วน เรื่องมีหุ้นส่วนคงจะไม่ต้องชี้แจงมากมายถ้าเกิดทั้งยังพวกเราอีกทั้งหุ้นส่วนไม่มีรายได้ทางอื่น ลำพังธุรกิจการค้ามันไม่ขาดทุน แม้กระนั้นมันรายได้ไม่เพียงพอ ผลกำไรไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล แบบนี้ไม่ไหวมันก็อยู่มิได้เช่นเดียวกัน ราวกับเปิดร้านขายได้กำไรเหลือเดือนละ 5 พัน ถ้าเกิดมิได้บริหารทางบัญชีที่มีเงินเดือนตนเองเข้าไปด้วยก่อน ก็จะแสดงว่า ผลกำไรนี้เป็นสิ่งที่ผู้ครอบครองจะได้(เพียงแค่นั้น) มันน้อยกว่าค่าจ้างเริ่มต้นเสียอีก

“สายป่าน” ก็นับว่าใช่ในกรณีนี้ เพราะเหตุว่าถ้าพินิจพิจารณาดีๆที่ธุรกิจวันนี้ยังไม่ขาดทุน ยังพอได้ ถึงแม้รายได้ยังไม่ดีนักแต่ว่าถ้าหากให้เวลาหรือปรับแต่งไขวิธีการธุรกิจ กลยุทธ์ด้านการตลาด มันก็บางทีอาจดียิ่งขึ้นได้เรื่อยแต่ว่า “มิได้บริหารวางแผนเงินไว้” มันย่อมไปต่อได้ยาก เพราะเหตุว่าถ้าเกิดยืม กู้ดึงทางอื่นมา(ยิ่งบางครั้งบางคราวกู้อยู่แล้ว) ได้โอกาสว่าแปลงเป็นทุนเนื่องจากดอกเพิ่มเข้าเกณฑ์ในกรณีที่ 2 ได้อีก

ซึ่งในกรณีที่ 3 นี้ ผู้ที่คิดทิ้งงานประจำ หรือทิ้งบางสิ่งบางอย่างเพื่อมาตั้งธุรกิจเดียวต้องระมัดระวังอย่างระมัดระวังว่า รายได้ของตนที่กำลังจะได้มาจำต้องรับประทานจำเป็นต้องใช้มันไหวขนาดไหน สายป่านธุรกิจให้ดีจะต้องมีเผื่อไว้บ้าง เพียงเท่านั้น

จากกรณีต่างๆอันที่จริงแล้วอาจมีข้อความสำคัญหรือแบบอย่างยิบย่อยกันได้อีก แต่ว่าดังนี้พวกเราคงจะเพียงพอเห็นภาพกว้างๆจากแบบอย่างที่กล่าวไปว่า ปัญหาเกี่ยวกับการบริหารเงินนั้น เกิดขึ้นได้กับธุรกิจทั้งยัง เริ่มทำ ขณะที่ทำ จนกระทั่งมีความรู้สึกว่าเติบโต ก็ตาม

มั่นใจว่ามีหลายท่านรู้เรื่อง เห็นภาพ หรือกำลังคิดตาม แล้วกำลังมีความรู้สึกว่าจำต้องทราบมากแค่ไหน บริหารเป็นขนาดไหน มันก็ไม่ต้องเป็นวิชาการเสมอ หรือบางเวลาทราบสูตร แนวทางคำนวณทุกๆสิ่งทุกๆอย่างดีก็พลาดได้ พวกเราอย่าลืมว่า คนภายในสมัยก่อน เถ้าแก่ หรือเจ้าสัวผู้คนจำนวนมากในขณะนี้มิได้มีความรู้และความเข้าใจเล่าเรียนสูงอะไร แม้กระนั้นจะมองเห็นได้ว่าเขา “มัธยัสถ์, ทรหดอดทน, ถ้วนถี่” หรือพลาดแล้วศึกษา ที่เมื่อย้อนไปอ่านแต่ละกรณีอีกครั้ง จะมีความเห็นว่าเพียงแค่ไม่ประมาทแล้วก็ถ้วนถี่มันก็พอเพียงช่วยทำให้ปลอดภัยได้ทั้งยังในระยะสั้นรวมทั้งยาว ดังนี้อย่าลืมว่า ทั้งปวงนี่ ผมมิได้เพียงแค่กำลังกล่าวถึงการจัดการเงินที่คือปัญหา แม้กระนั้นมันเป็นปัจจัยที่เจ๊ง กันมาแล้วจริงๆ

ธันวาคม 9, 2022

เชื่อไหม? มีแค่ 2 อย่างที่ธุรกิจพังหรือเจ๊ง!!

จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้อีกทั้…

Read More